Pineapple TH-PH

Done

Sunday, December 14, 2008

ธรรมชาติของ “ความรัก”!

ธรรมชาติของ "ความรัก"!

 

"ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก

...แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก"

 

ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก

แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้

 

ธรรมชาติของรัก มักไม่ให้โทษแก่ใคร

เพียงแต่อาจปรุงแต่งให้หัวใจพองฟูจนลืมนึกถึงความจริงที่ว่า

"มีวันที่รักมา.. ก็อาจมีวันที่รักไปได้"

 

....ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ...

หลายคนจึงอดหลงใหลได้ปลื้มกับมันไม่ได้ในยามที่มันอยู่

 

คนเรามักหลอกตัวเองว่าเพราะเรารักเขามาก

เขาคงเห็นความดีความตั้งใจของเรา

และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย

 

และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา เราก็สมหวังในรัก

และทำให้เรารู้สึกยึดมั่นได้ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา

เป็นเหมือนทรัพย์สินส่วนตัวทางใจอย่างหนึ่ง

ที่จะต้องอยู่กับเราทุกครั้งที่เราต้องการ

นานเท่าที่เราปรารถนา....

 

ความรู้สึกอันนี้แหละคือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล

...เพราะมันฝืนกฎธรรมชาติ

 

ไม่ได้บอกว่า...รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป

เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือลดน้อยถอยลง

ก็จะเป็นเพราะคนสองคน ...

ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว

 

ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก...

แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง

เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฎเดียวกัน

มันจะเกิดขึ้น....ตั้งอยู่ ... แปรสภาพแล้วก็จบลง

 

รักที่สมหวังอยู่กันจนแก่เฒ่า ก็หนีไม่พ้นกฎข้อนี้

เพราะวันหนึ่ง ไม่เราก็เขาก็ต้องตายจากกัน

 

สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า...วันนี้เขาอยู่หรือจากไป

สำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน

ขอให้มีความทรงจำที่ดี...ก็เพียงพอแล้ว

อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง

และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้

 

ถึงวันนี้จะยังร้องไห้ ก็คงไม่เป็นไร

เพราะชีวิตก็แบบนี้ มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า

 

สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน

สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์ก็เป็นเฉกเช่นกัน

 

ถ้าหากคุณร้องไห้ให้กับความรักแล้ว...ก็ขออย่าร้องเปล่าๆ

ขอให้คุณมองให้เข้าใจสัจธรรมของชีวิตไปด้วยนะค่ะ

 

เยี่ยมชมเว็บไซด์ ศูนย์ให้คำปรึกษา ได้ที่ http://counsel.spu.ac.th

No comments: